Google Ads, Online Marketing
Google Ads, Online Marketing

เจ้าของธุรกิจต้องรู้ก่อนเลือก Agency Google Ads เพื่อสร้างผลลัพธ์ได้จริง

ถ้าพูดถึงการทำโฆษณาบน Google Ads ให้ได้ผลดีจริง ๆ ต้องยอมรับเลยว่ามันไม่ใช่แค่กดเปิดแคมเปญแล้วรอยอดขายเข้า แต่ต้องอาศัยทั้งความรู้ ความเข้าใจ และประสบการณ์พอสมควร เลยทำให้หลายธุรกิจเลือกจ้างเอเจนซี่เข้ามาช่วยดูแล แต่มีหลายแบรนด์กลับเจอปัญหาคล้าย ๆ กัน คือ งบโฆษณาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แต่ยอดขายกลับไม่โตอย่างที่หวัง ซึ่งหลายครั้งปัญหาไม่ได้อยู่ที่ระบบโฆษณา แต่อยู่ที่ความเข้าใจไม่ตรงกันระหว่างธุรกิจกับเอเจนซี่ ตั้งแต่เริ่มต้นทำงานร่วมกันนั่นเอง

MakeWebEasy เลยรวบรวมจุดเล็ก ๆ ที่เรามักพลาดกันบ่อยเวลาใช้บริการเอเจนซี่ Google Ads เพื่อช่วยให้คุณมองเห็นความเสี่ยงตั้งแต่ต้น ลดความผิดพลาดที่ไม่จำเป็น ไปดูกันเลยค่ะ

1.เราต้องเข้าใจก่อนว่าผลลัพธ์ไม่ได้เกิดตั้งแต่เดือนแรก

หนึ่งในความเข้าใจผิดที่เจอบ่อยมาก คือการคาดหวังว่า Google Ads จะต้องเห็นผลทันที ตั้งแต่สัปดาห์แรกหรือเดือนแรกที่เริ่มรันแคมเปญ แต่ในความเป็นจริงแล้ว โดยเฉพาะในปี 2026 ที่ระบบ Google Ads ใช้ AI เข้ามาช่วยทำงานมากขึ้น การทำโฆษณาจึงไม่ได้เห็นผลทันที ตั้งแต่วันแรก เพราะระบบจำเป็นต้องใช้เวลาประมาณ 7–14 วัน เพื่อให้ AI เรียนรู้และปรับตัว ถ้ารีบตัดสินผลลัพธ์เร็วเกินไปจากช่วงเวลาสั้น ๆ อาจทำให้พลาดโอกาสสำคัญในการปรับและพัฒนาแคมเปญ และเสียโอกาสในการสร้างผลลัพธ์ที่ดีและคุ้มค่ามากขึ้นในระยะยาวด้วย

  • ต้องให้ AI เรียนรู้พฤติกรรมของผู้ใช้งาน
  • วิเคราะห์ว่ากลุ่มเป้าหมายแบบไหนมีโอกาสซื้อจริง
  • ทดสอบข้อความโฆษณาและหน้าเว็บไซต์ว่าแบบไหนให้ผลลัพธ์ดีที่สุดด้วย

2.ไม่เลือก Agency Google Ads จากราคาถูกเป็นหลัก

หลายธุรกิจมักตัดสินใจเลือก Agency ทำ Google Ads จากราคาค่าบริการที่ถูกที่สุด เพราะอยากประหยัดงบ โดยอาจยังไม่ได้พิจารณาให้รอบด้านว่า บริการที่ได้รับนั้นครอบคลุมและเหมาะกับธุรกิจของตัวเองจริงมั้ย ซึ่งเอเจนซี่ที่ตั้งราคาต่ำมาก มักมีข้อจำกัดตามมา เช่น ต้องดูแลหลายบัญชีพร้อมกัน ทำให้ไม่สามารถลงลึกหรือปรับกลยุทธ์เฉพาะสำหรับแต่ละธุรกิจได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ก็มักใช้โครงสร้างแคมเปญแบบสำเร็จรูปอีกด้วย

ผลลัพธ์ที่ได้คือ โฆษณาอาจยังรันได้ตามปกติ แต่ไม่สามารถสร้าง Lead หรือยอดขายที่มีคุณภาพจริงให้กับธุรกิจได้เลย สุดท้ายแล้วงบโฆษณาที่ลงไปก็อาจกลายเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่ก่อให้เกิดผลลัพธ์อย่างที่ควรจะเป็นนั่นเอง

3.ต้องกำหนดเป้าหมายของธุรกิจให้ชัดเจน

อีกหนึ่งปัญหาที่พบได้บ่อย คือการเริ่มทำ Google Ads ทั้งที่ยังไม่ได้กำหนดเป้าหมายทางธุรกิจให้ชัดเจน ว่าจริง ๆ แล้วเราต้องการผลลัพธ์แบบไหนกันแน่ พอเป้าหมายเรายังไม่ชัด Agency ก็จะไม่สามารถวางกลยุทธ์ได้ตรงจุด และการวัดผลลัพธ์ก็จะไม่สอดคล้องกับสิ่งที่เราคาดหวัง สุดท้ายอาจรู้สึกว่าทำโฆษณาแล้วไม่เห็นผล ทั้งที่จริง ๆ แล้วแค่ตั้งเป้าหมายไม่ตรงกันตั้งแต่แรกเท่านั้นเองค่ะ

  • ต้องการยอดขายจริง หรือแค่เพิ่มจำนวนคนติดต่อเข้ามา
  • ต้องการ Lead จำนวนมาก หรือโฟกัสที่ Lead คุณภาพ
  • ต้องการขยายตลาด หรือเน้นกำไรต่อดีลให้สูงขึ้น ต้องตั้งให้ชัด

4.ต้องเตรียมเว็บไซต์หรือหน้า Landing Page ให้พร้อม

แม้เอเจนซี่จะวางแผนและบริหารจัดการ Google Ads ได้ดีแค่ไหน แต่ถ้าเว็บไซต์หรือหน้า Landing Page ของเรายังไม่พร้อมรองรับผู้ใช้งาน งบโฆษณาที่ลงทุนไปก็อาจไม่สามารถสร้างผลลัพธ์ได้อย่างที่ สิ่งที่พบได้บ่อยคือ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวโฆษณา แต่อยู่ที่เว็บไซต์นั่นเอง

  • เว็บไซต์โหลดช้า

ทำให้ผู้ใช้งานปิดหน้าเว็บออกไปก่อนที่จะเลือกติดต่อหรือทำรายการใด ๆ กับเว็บไซต์ของเราเลย

  • เนื้อหาไม่ชัดเจน

ไม่สามารถสื่อสารจุดเด่นของสินค้า หรือบริการได้ทันที ทำให้ลูกค้าไม่เข้าใจว่าธุรกิจนี้ตอบโจทย์เขายังไงบ้าง

  • ขาดข้อมูลที่สร้างความน่าเชื่อถือ

เช่น ผลงานที่ผ่านมา รีวิวจากลูกค้า หรือ case study ทำให้ลูกค้ายังไม่มั่นใจพอที่จะติดต่อหรือซื้อสินค้าของเรา

  • ไม่มี Call to Action ที่ชัดเจน

คนที่คลิกโฆษณาเข้ามาเพราะว่าสนใจ แต่ก็ไม่รู้ว่าควรทำอะไรต่อ ต้องกดตรงไหน หรือควรติดต่อผ่านช่องทางอะไร แบบนี้เสียลูกค้าไปง่าย ๆ เลยค่ะ อย่าลืมใส่ Call to Action ให้ชัดเจนด้วยนะคะ ว่าต้องการให้ลูกค้าทำอะไรต่อไป

5.ทำงานร่วมกับเอเจนซี่ และติดตามผลร่วมกัน

และสุดท้าย ต้องบอกเลยว่า Google Ads ไม่ใช่ระบบที่ตั้งครั้งเดียวแล้วจบ แต่ต้องมีการติดตาม วิเคราะห์ และปรับปรุงอย่างต่อเนื่องด้วย ซึ่งก็มีหลายธุรกิจที่ให้เอเจนซี่ดูแลทุกอย่างเองเลย โดยไม่ขอดูรายงาน ไม่สอบถามผลลัพธ์ และไม่ร่วมวิเคราะห์ข้อมูล เลยทำให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมาไม่ว่าจะเป็น

  • ไม่รู้ว่างบโฆษณาถูกใช้ไปกับอะไร
  • Lead ที่ได้มีคุณภาพมากน้อยแค่ไหน
  • รวมถึงไม่สามารถปรับกลยุทธ์ให้ทันกับสถานการณ์จริงของธุรกิจได้เลย

 

ดังนั้น การทำ Google Ads ให้มีประสิทธิภาพ ต้องเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างทีมงานของเรากับทีมเอเจนซี่อย่างใกล้ชิดด้วยนะคะ

 

เลือก Agency Google Ads ให้คุ้ม ต้องมองทั้งระบบด้วย

การทำ Google Ads ให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี ไม่ใช่แค่ทำให้โฆษณาแสดงผลเยอะที่สุด แต่ต้องวางทั้งโครงสร้างเว็บไซต์ เนื้อหา และเป้าหมายให้ทำงานด้วยกันอย่างเป็นระบบ นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเอเจนซี่ที่เข้าใจทั้งการโฆษณาและกระบวนการปิดการขายของธุรกิจ จึงช่วยสร้างผลลัพธ์ได้ดีกว่า เพราะเป้าหมายไม่ใช่แค่พาคนเข้าเว็บ แต่ต้องพาคนที่มีโอกาสซื้อจริงเข้ามาด้วยค่ะ 

Google Ads เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสูงมาก ๆ ถ้าใช้ถูกวิธีและทำงานร่วมกับพาร์ตเนอร์ที่เข้าใจธุรกิจจริง ๆ ก็สามารถสร้างผลลัพธ์ที่คุ้มค่าและช่วยให้ธุรกิจมียอดขายที่เติบโตได้แน่นอน หากคุณกำลังมองหาทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้าน Google Ads ปรึกษาเราได้ที่ Line: @Makewebeasy ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย